ออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้ล็อกอินเข้ามานานมากๆ แหะๆ Foot in mouth จะมีใครจำได้อยู่มั้ยนะ Tongue out
คือยังเข้ามาอ่านบล็อกเพื่อนๆ และบล็อกที่ขึ้น hot! เป็นประจำนะ แต่พอทิ้งบล็อกตัวเองไปนานๆ
มาเขียนใหม่แล้วมันเขินๆ ไงไม่รู้ แฮ่ๆ (ก็เลยดองยาว..)
 
พอดีมีแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเขียนบล็อกอย่างรุนแรงจากเอนทรี่นี้ค่ะ
 
เป็นคนนึงที่ช่วยโปรโมตแคมเปญจากทุกแบรนด์ใน Facebook
และถ้ามีแคมเปญอื่นๆ ที่ออกมาในลักษณะนี้อีก ก็ยินดีจะช่วยเขียนโปรโมตฮะ (ไม่ได้ค่าโฆษณาเลยนะ)
 
ขอชี้แจงก่อนว่าโดยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ชอบแคมเปญที่รุกรานชีวิตของตัวเองและของเพื่อน
ซึ่งกิจกรรมบน Social Network ไม่ว่าจะเป็นใน Facebook หรือ ทวิตเตอร์
เราจะเห็นการจัดกิจกรรมที่ "เอาของรางวัลเล็กๆ น้่อยๆ มาล่อ" แล้ว "ทำให้เกิดการบอกต่อให้มากที่สุด"
 
ยกตัวอย่างเป็นกิจกรรมๆ
  • ได้บัตรคูปองส่วนลด, ตั๋วหนัง, รางวัลอื่่นๆ เพียงแค่คุณ RT หรือใส่ #hashtag โปรโมตตามที่เค้าบอก
  • กิจกรรมแจกของรางวัลใน Facebook เพียงแค่คุณอัปโหลดรูปภาพลง Facebook Pages แล้วจะแจกรางวัลให้กับคนที่มีจำนวน   มากที่สุด
  • กิจกรรมแจก iPad iPhone iPod ขอแค่คุณเปลี่ยนดิสเพลย์รูปภาพตามที่แบรนด์กำหนด ก็มีสิทธิ์ได้รางวัลกันไปเลยยย

คือถ้าเจอกิจกรรมแบบนี้ก็จะเข้าไปมีเล่นบ้างแต่นานน้านน นานๆ ทีอ่ะค่ะ บางทีเวลาบอกให้เพื่อนมาช่วยกด like เราหน่อย หรือเราต้องไปแท็กเพื่อนให้เข้ามาอ่านไรงี้ มันก็เกรงใจบ้างอะไรบ้างอ้ะ Foot in mouth

 

กลับมาที่กิจกรรมกด    จ่ายตังค์ (10 เยน, 15 เยน, 5 บาท) อะไรก็ว่าไป เหตุผลที่ทำให้บางกลุ่มคัดค้านการจัดกิจกรรมแบบนี้เพราะ

  • เป็นกิจกรรมที่หวังผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม
  • การซื้อจำนวน   ด้วยเงินต่อหัวประมาณ 3-5 บาทนี่ถูกมากๆ
  • เ้ป็นการทำการตลาดที่ไม่จริงใจ (เอาภาพทำดีช่วยสังคมมากลบการทำการตลาดโปรโมตแบรนด์)
  • การกด   ของเรา ไม่ใช่เป็นการกด   แบบไม่เสียอะไร แต่ทุกอย่างมันมีต้นทุนของมันอยู่
    เพราะแค่เรากด   แบรนด์นั้นๆ ก็เท่ากับว่าเราเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์นั้นๆ จะทำอะไรก็ได้ จะส่งข้อความมาหา, จะโปรโมตกิจกรรมก็ได้ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
  • ทำไมจะจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่จ่ายให้ไปเลย เมืองนอกเขาบริจาคกันโครมๆ ร้อยล้านพันล้าน แต่เมืองไทยต้องมานั่งนับ   ก่อนบริจาคเงินได้สักก้อน
  • ถ้าเรากด   ให้กิจกรรมทำบุญได้ ต่อไปก็จะมีกิจกรรมกด   เพื่อสร้างวัด สร้างห้องสมุด นู่นนั่นนี่ที่เป็นสาธารณกุศลมาเต็มไปหมด
  • ฯลฯ

 

ก็ต่างคนต่างใจต่างความเห็นอ่ะค่ะ ส่วนตัวคือเรามองว่า

  • เอาเข้าจริงตอนนี้ไม่ว่ากิจกรรมไหนที่ "ออกสื่อ" ว่าได้ทำ "นู่นนี่" เพื่อช่วยเหลือญี่ปุ่น ก็เป็นกิจกรรมที่แฝงการโปรโมตแบรนด์ตัวเองและแฝง CSR (ความรับผิดชอบต่อสังคม) มาด้วยทั้งนั้น
  • การไปถือกล่องรับบริจาค, การขายเสื้อบริจาค, การเล่นคอนเสิร์ตบริจาค มันก็เป็นการทำกิจกรรมเพื่อหาเงินมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหมือนกัน ถ้าเคสนี้ทำไมเค้าไม่บริจาคเป็นก้อนไปเลยล่ะ ทำไมต้องมาทำกิจกรรมอยู่จริงไหม ขนาดเลดี้กาก้าที่ออกมาบริจาคเงินเป็นหลายล้าน ก็ยังทำ wristband ออกมาขายเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเลย
  • คิดว่าหลายๆ คนที่กด   เพจต่างๆ ที่ว่ามา เป็นคนที่รู้สึกคล้ายๆ เรา คือปกติจะไม่กด เพื่อกิจกรรมโฆษณาอะไรมากมาย แต่นี่เป็นการกด   เพื่อเพิ่มจำนวนเงินที่จะนำไปช่วยผู้่ประสบภัย (อาจจะไม่มากมายหัวละไม่กี่บาท แต่ถ้ารวมกันหลายๆ   ก็เป็นเงินก้อนนึงได้เหมือนกัน)
  • แคมเปญโออิชิ, นิสสัน และคุณตัน ทำให้เราชื่นชมเค้า แต่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอยากกินชาเขียว อยากซื้อรถ และอยากกินน้ำตะไคร้ใส่กีวี่เพิ่มแต่อย่างใด
  • และหลังจากจบกิจกรรมแจกเงินช่วยผู้ประสบภัย เราก็เชื่อว่ามีหลายๆ คนที่พร้อมจะกด Unlike
    ถ้าเพจของแบรนด์นั้นๆ ทำกิจกรรมที่โปรโมตแบรนด์เวอร์จนเกินไป
  • และการกด   Facebook Pages นั้น ถึงแม้เราจะกด   เค้า ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องอ่านสิ่งที่เค้าโปรโมตผ่าน Page เค้าเสมอไป (ต่อให้ไม่ได้กด Unlike   ตูก็กด hide post ได้...)



    จำนวนคนกด จริงๆ เอามาวัด KPI ประสิทธิภาพของ Page ไม่ได้นะคะ เหมือนกับที่บางตำราบอกว่า Followers ในทวิตเตอร์ก็เอามาวัดว่าเป็น Influencer ในทวิตเตอร์ไม่ได้ (ถึงคุณจะมีคนตามเยอะก็ใช่ว่าคุณจะดังอะไรอย่างนั้น ฮ่าๆ Kiss)
  • และเอาจริงๆ กิจกรรม   เพื่ออะไรสักอย่าง (ไม่ว่าจะ CSR หรือไม่ก็ตาม) มันก็มีมานมนานแล้ว และสำหรับเรา ถ้าเป็นการกด   เพื่อสร้างวัดวาอารามหรือสาธารณกุศลอื่นๆ ถ้ามันไม่สมเหตุสมผลมากพอเราก็ไม่กดค่ะ :)
  • บางคนที่ออกมาแสดงความเห็นว่าไม่ชอบกิจกรรม จ่ายตังค์ เพราะค่าหัวมันน้อยไป (ถ้าเปลี่ยนจำนวนเงินเป็น  100 เยน ไรงี้ ก็จะไม่แสดงท่าทีแบบนี้ซะงั้น)
  • บางคนที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรม จ่ายตังค์ แต่กลับเห็นด้วยกับกิจกรรมเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เพื่อของรางวัลไฮโซ (ที่เอาจริงๆ เราก็อาจจะไม่ได้ได้รางวัลกะเค้าด้วยซ้ำ แต่เรากลับกด เพื่อหวังว่าจะได้ เท่ากับว่าแบรนด์นั้นเค้าไม่ได้เสียสักบาทให้การกด ของเรา แต่เค้าแค่ให้ "โอกาสที่จะได้รางวัล" ให้กับการกด ของเราจริงไหม Money mouth)

 

สุดท้ายก็อยากบอกว่าเคารพในความเห็นต่างของแต่ละคนนะคะ แค่เพียงแต่ว่าความเห็นต่างนั้นจะไม่ไปโน้มน้าวหรือให้ข้อมูลที่มันเบี่ยงเบนไปจากความจริงที่เป็นอยู่อ่ะค่ะ

ก็อยากบอกความเห็นส่วนตัวไว้ตรงนี้แหละค่ะ ไว้นึกอะไรได้จะมาเขียนอีกฮะ Money mouth