CU-TEP เมพจริงๆ
posted on 24 Aug 2008 12:42 by moonshines
ตอนเช้าไปสอบ CU-TEP (อ่านว่า ซี-ยู-เทพ) มาค่ะ 
CU-TEP ก็คือการสอบวัดผลทางด้านภาษาอังกฤษของจุฬาฯ นั่นเอง
ซึ่งคะแนนที่ได้ก็สามารถนำมาเทียบกับ TOEFL, IELTS ได้ (ดูจากตาราง)
ซึ่งจะมีประโยชน์ในกรณีที่จะไปสมัครเรียนต่อโทที่จุฬาฯ เพราะเค้าจะขอคะแนนภาษาอังกฤษตรงนี้ของเรา
และสามารถนำคะแนนตรงนี้ไปสมัครต่อโทที่อื่นก็ได้ด้วย (แต่ก็ต้องดูเงื่อนไขของเค้าอ้ะนะ)
การสอบครั้งนี้เป็นการสอบครั้งแรกของเรา
ข้อสอบก็มีทั้งหมด 3 parts คือ
- listening 30 mins (30 marks)
- reading 70 mins (60 marks)
- writing 30 mins (30 marks)
รวมทั้งหมด 130 mins 120 marks
เค้าจะให้ทำเป็น part คือทำ listening เสร็จ ก็เริ่มทำ reading และ writing ตามลำดับ
ไม่มีการออกก่อนหมดเวลาทำข้อสอบ
ตอนแรกเค้าก็เริ่มชี้แจงวิธีการกรอกข้อมูลในกระดาษคำตอบ
(แอบงั่งใส่นามสกุลลงไปใน First Name ด้วย
ต้องขีดฆ่ากันยกใหญ่)
แล้วก็เข้าสู่การสอบอันหฤโหดเป็นเวลา 130 นาที
listening
ฟังเทป (รอบเดียว) แล้วก็ตอบคำถาม
มีด้วยกัน 3 parts ย่อยๆ ก็คือ
- เป็นบทสนทนาของ 2 คน 2 ประโยค
ฟังคำถาม อ่าน choices แล้วตอบ
มีประมาณ 4 บทสนทนา*
- เป็นบทสนทนายาวๆ ของ 2 คนโต้ตอบกัน
แล้วจะมีคำถามให้ทีหลัง แล้วตอบ
บทสนทนาหนึ่ง ต่อ 4 คำถามโดยประมาณ
มีประมาณ 2 บทสนทนา*
- เป็นบทพูดยาวๆ ของหนึ่งคน ฟังคำถาม แล้วตอบ
บทพูดหนึ่งต่อ 4 คำถามโดยประมาณเช่นกัน
มีประมาณ 2 บทพูด*
* จำจำนวนข้อที่แน่นอนต่อแต่ละ part ไม่ได้ เอาเป็นว่าราวๆ นี้แล้วกัน
Trick
แนะนำให้อ่าน choices ล่วงหน้า จะได้พอฟังแล้วจับความได้คร่าวๆ ว่าเค้าจะคุยกันเรื่องอะไร
พยายามรวบรวมสมาธิให้มั่นเพราะมีโอกาสฟังแค่ครั้งเดียว
ถ้าสติแตกเพราะฟังไม่ทันปุ๊บ จะล่องลอยในทันที
ไม่ควรจดโน้ตย่อด้วยเพราะว่ามันเร็วมากๆ พยายามจับใจความให้ได้จะดีกว่า
reading
อ่าน passage ยาวๆ ประมาณ 5 passages แล้วตอบคำถาม
1 passage ต่อ 8-12 คำถาม โดยประมาณ
passage วันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องวิชาการ
มีประมาณคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ
ทำไมดวงจันทร์จึงมีวงโคจรเคลื่อนออกจากดวงอาทิตย์เป็นระยะ 10 องศาทุกๆ ปี
รัฐบาลเกาหลีใต้ปรับปรุงการศึกษา
มีคนไล่ฆ่าคนสาเหตุเพราะยาระงับประสาท
การทดลองเทียบระหว่างหนูกับคนที่เป็นโรค ... โรค HD - Huntington's Disease -_-
คำถามก็แนวทั่วๆ ไป
ถามว่า main idea คืออะไร
ศัพท์คำนี้หรือวลีคำนี้หมายความว่าอะไร
passage นี้เป็นเรื่องเล่าแบบไหน
จาก passage เราสรุปได้ว่าอย่างไร บลาๆๆ
Trick
อันนี้นี่ขึ้นกับบุญทำกรรมแต่งค่อนข้างเยอะ
คือต้องรู้ศัพท์นั่นเอง
เนื่องจากมี passage ให้อ่านเยอะ จึงอาจจะตาลายบวกแขยงนิดนึง
(เราเป็นคนไทยประเภทแขยงภาษาอังกฤษนิดหน่อย
)
สำคัญอีกเรื่องคือเรื่องเวลา มี 60 ข้อ 70 นาที
ตกข้อละ 1 นาทีกว่าๆ
เพราะฉะนั้นการไล่สายตาอ่านผ่านๆ แล้วค่อยจับใจความทีหลังก็พอจะช่วยได้อยู่
รีบอ่านรีบทำให้เสร็จแล้วมาทวน ดีกว่าเสียเวลากับ passage แรกๆ แล้วทำไม่ทันในข้อหลังๆ นะ
writing
ข้อสอบเป็น error analysis ทั้ง 30 ข้อ
error analysis ก็คือการดูประโยค แล้วเลือกดูตรงที่ขีดเส้นใต้ว่าตรงไหนที่ผิด
เช่น
This are the dog from Japan.
1 2 3 4
อันที่ผิดคืออันที่ 2 เพราะ the dog เป็นเอกพจน์ ต้องใช้ is
Trick
ส่วนนี้คนที่แม่น Grammar จะได้เปรียบ
แต่ไม่แม่นก็ลองฝึกได้โดยการหาหนังสือ error analysis มาลองทำเยอะๆ
ระวังเรื่องเวลาให้ดีเหมือนกัน เพราะมีเวลาแค่ข้อละ 1 นาที
สรุป
วันนี้ก็สนุกดีนะ
มันส์ดี ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง (ไม่ได้มากกว่าได้นั่นแหละ)
แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ ที่เขียนบล็อกเอนทรี่นี้ก็เพราะจะได้บันทึกไว้
ในการสอบครั้งหน้าก็ถือว่าเรามีประสบการณ์มาแล้วนิดนึง จะได้ไม่ตื่นข้อสอบ 
แต่ถ้ามีคนเข้ามาอ่านแล้วได้ประโยชน์ เจ้าของบล็อกก็จะดีใจมาก 
ส่วนคะแนนก็รู้ในอีก 2 สัปดาห์ แต่คงไม่เอามาลงเพราะว่ามันคงจะน้อยจัด
ป.ล.
กรรมการคุมสอบเคร่งกฎมากๆ เพื่อนลืมเอาบัตรเข้าห้องสอบมา
มาห้องสอบสายไป 3 นาที ปรากฎว่าเค้าไม่ให้เข้าแล้ว
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าเลินเล่อนะจ๊ะ
ป.ล. อีกที
คำว่าเมพ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเอนทรีแต่อย่างใด ตั้งให้มันคล้องเฉยๆ







หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นต่อไป
#1 By azlaz on 2008-08-24 13:17