ข้อเสียของการเป็นเด็กทุน
posted on 18 Oct 2008 08:16 by moonshines
มาต่อจากข้อดีของการเป็นเด็กทุนแล้วค่ะ
ทิ้งไปหลายวันเลย ต้องขออภัยด้วยเพราะว่าติดทำงานพิเศษ แล้วก็ไม่มีโน้ตบุ๊กใช้ค่ะ
(ปกติกระเต๊าะของเมตใช้ แล้วเมตกลับบ้าน 55)
วันนี้มีโอกาสแล้ว เลยมาต่อข้อเสียกันเลยค่ะ
1. "เพื่อนเกลียด"
บางคนเกลียดเด็กทุน จริงๆ!! (โพลจากคณะที่มีตึกฟักทอง มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ...เงิ่บ
)เพราะว่าบางคนให้นิยามเด็กทุน นอกจากจะเก่ง ขยัน รับผิดชอบ เนิร์ด
แล้วยังมีอีกคำนึงก็คือ
"เห็นแก่ตัว"
พอคำนี้มาปุ๊บ คำลูกโซ่จะเริ่มตามมาติดๆ กันคือ
"พวกดึง mean ให้สูง ไม่เห็นใจพวกเพื่อนๆ เลย"
"จะเก่งไปไหน"
"ทำไม กลัวไม่ได้ A กลัวไม่ได้เกียรตินิยมเหรอไง"
เอิ้ว เอาเข้าไป
(สมการอะไรของเอ็งเนี่ย
)

"จะเก่งไปไหน" - ไม่รู้เหมือนกันฮับ เก่งไปดาวอังคารมั้ง
ความกดดันในที่นี้ จะขอแบ่งย่อยออกอีก 2 ประเภทค่ะ
- ความกดดันจากเครดิต
อย่างที่เคยบอกไปในข้อดีของการเป็นเด็กทุน
ว่าเราจะได้เครดิต คือมีป้ายต่างๆ แปะติดหน้าผากตั้งแต่เราได้รับศักดินานี้มา
ซึ่งถ้าเรามีคุณสมบัติตามป้ายที่แปะหน้าผากนั้นมันก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าไม่ได้เก่ง ไม่ได้ขยัน ไม่ได้เทพ แบบที่เด็กทุนทั่วไปคงจะเป็น
มันก็จะเกิดความรู้สึกอึดอัด หลังจากนั้นก็จะเริ่มกดดัน
กดดันเพราะอะไร?
เพราะเครดิตนั้น มันจะทำให้เราถูกคาดหวังจากหลายๆ คน
"เฮ้ย แก้โจทย์ข้อนี้ให้หน่อย จิ๊บๆ แค่นี้ เด็กทุนทำได้หน่า"
"ผมว่าคุณทำโปรเจ็กต์แบบนี้ได้นะครับ (โยนทฤษฎียากขั้นเทพมาให้)"
อะไรประมาณนี้
- ความกดดันในการทำเกรด
เนื่องจากเด็กทุนจะต้องทำเกรดขั้นต่ำให้ได้ตามที่เค้ากำหนดจึงจะรับทุนต่อไปได้
อย่างทุน พสวท ก็ต้องทำเกรดขั้นต่ำให้ได้ 3.00
ถามว่า 3.00 เนี่ย มันทำยากมั้ย
ส่วนตัวคิดว่าไม่ง่ายและก็ไม่ยากค่ะ
แต่ถ้าเป็นคนอ่อนไหวไปกะสภาพแวดล้อม 3.00 ก็จะเป็นเรื่องที่ยากชัวร์ๆ (แน่สิ
)ที่พูดอย่างนี้เพราะเคยมีประสบการณ์เกือบตกทุนมาแล้ว
เพราะว่าเป็นคนเก่งมั้ย? ก็เป็นคนสมองดีแต่ขี้เกียจ ก็คือไม่เก่งนั่นแหละ
(เราว่าคนขยันเก่งมากเลยนะ เก่งกว่าคนสมองดีเยอะแยะเลย
ถ้าสู้กันจริงๆ คนขยันมีสิทธิ์ชนะคนสมองดีแต่ขี้เกียจได้โข)
เกรดขึ้นลงขึ้นลงเป็นฟังก์ชั่นคลื่นเลยทีเดียว

จะบอกว่าตอนใกล้จะตกทุนเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายมาก 555
คล้ายๆ กับคนจะถูกรีไทร์เลยแหละ จริงๆ นะ เพราะในกรณีของเรา
ตกทุนนี่ก็ต้องคิดหนักเลย จะไปหาตังค์เรียนจากไหน
อาจจะไม่ได้เรียนไปเลยก็ได้
แต่สุดท้ายก็โชคดี รอดมาได้ถึงปีสุดท้าย

แต่เชิ่อเถอะว่า เด็กทุนเรียนอะไรเอาเกรดกันเป็นส่วนใหญ่ นัยว่าถ้าไม่ทำเกรดเพื่อการตกทุน
ก็ต้องทำเกรดให้ได้เกียรตินิยมกันทั้งนั้น
บางคนเห็นแก่ตัวถึงขนาดไม่ทำกิจกรรม กลัวอ่านหนังสือไม่ทันก็มี -_-
ในการให้ทุนการศึกษาส่วนใหญ่จะมีจุดประสงค์ให้ผู้รับทุนนั้น "ชดใช้ทุน" ด้วยการทำงานหลังเรียนจบ
โดยการชดใช้ทุนตรงนี้ก็ขึ้นกับระยะเวลาที่กำหนดไว้ ถ้าเป็น พสวท (ยกตัวอย่างทุนนี้อีกละ
) ก็จะใช้ทุน 2 เท่าของเวลาเรียนต่างประเทศ และ 1 เท่าของเวลาเรียนในประเทศแต่ไม่เกิน 10 ปี
ถ้าไม่ต้องการชดใช้ทุนก็จะต้องถูกปรับเป็นจำนวน 2 เท่าของเงินที่ได้รับมา
ซึ่งข้อนี้จะเป็นข้อเสียในกรณีเรียนๆ ไปแล้วใจไม่รัก หรือเรียนจบมาแต่ไม่อยากทำงานตรงสายที่เรียนมา
ก็จะต้องถูกปรับตังค์หูตูบถ้ามีปัญญาจะจ่าย แต่ถ้าไม่มีตังค์จ่ายก็ต้องทนทำงานชดใช้ไปอีกหลายปี
ซึ่งเท่าที่ฟังๆ มา เด็กที่เรียน พสวท ตั้งแต่ชั้น ม.ปลาย หลายๆ คน
ยอมเสียตังค์ค่าปรับแสนสองแสนเพื่อพ้นสภาพทุน
จริงๆ เรียน พสวท ตั้งแต่ ม.ปลาย มันก็ดีตรงที่มีโอกาสกว่าคนอื่นๆ
ได้เรียนกับอาจารย์ดีๆ ได้ทำโครงงาน ได้ทัศนศึกษา
แต่การเลือกเส้นทางเลยตั้งแต่ ม.ต้น ก็ดูเป็นอะไรที่หนักหน่วงไปนิด
แต่บางคนมาลองเรียนไม่ได้รักไม่ได้ชอบ แล้วต้องมาเสียค่าปรับนี่มันก็ดูสิ้นเปลืองอ้ะ
)
ข้อเสียเท่าที่นึกออกก็มีประมาณนี้ค่ะ

อาจจะมีมากกว่านี้ หรือมีน้อยกว่านี้
คืออย่างเพื่อนที่เห็นแก่ตัวนี่ บางที่ก็อาจจะไม่มี
แต่มันก็เป็นข้อเสีย ที่ถ้าคุณได้เป็นเด็กทุน ก็อาจจะมีโอกาสได้เจอ
4 ปีที่ได้มีโอกาสเป็นเด็กทุน ได้รับอะไรหลายๆ อย่างจากโครงการ
ได้เจอเพื่อน (ทั้งในทุนเดียวกันและต่างทุน) ก็ได้เจออะไรมามาก
อย่างตอน ม.ปลาย เคยอยู่ห้อง (ที่เค้าว่า) เก่งที่สุดในสายชั้น ก็ไม่เคยเจอปัญหานี้
แต่พอมามหาลัย เจอเพื่อนที่แบบ เห็นแก่ตัวสุดขั้ว ไม่รู้เพราะมันเป็นเด็กทุน หรือเพราะมันมีสันดานนี้อยู่แล้ว
ตอนนั้นรู้สึกแย่มาก เพราะปกติก็เรียนหนังสือแบบเกื้อกูล มีอะไรก็ช่วยกันตลอด
เพื่อนขาดเราก็ให้ลอกเล็กเชอร์ได้ แต่คุณเธอไม่เลย ชีบอกว่าคนเราต้องมาเรียนหนังสือ
ชีไม่นิยมให้เพื่อนลอกการบ้าน ชีบอกว่าคนเราต้องทำการบ้านเอง ไม่งั้นจะไม่ได้คิด ไม่พัฒนา
แต่ชีก็ลอกการบ้านเพื่อนหน้าตาเฉย เวลาชีทำไม่ได้

แต่เพื่อนที่เป็นเด็กทุนนิสัยดีก็มีเยอะแยะนะคะ พวกที่ไม่หวงวิชาความรู้ก็มี
ก็อย่างที่บอกว่ามันไม่ใช่ข้อเสียที่มาเป็นเด็กทุนแล้วต้องเจอแน่ๆ แต่ก็แค่อาจจะเจอ (แต่ข้อดีเจอแน่นอนเน้อ
)ก็ลองเอาไว้พิจารณาประกอบการตัดสินใจละกันนะคะ
แต่ถ้าไม่ได้เป็นเด็กทุนและไม่ได้คิดจะเป็นเด็กทุน ก็ถือว่าอ่านขำขำละกันค่ะ








คนเรียนไม่เก่ง...ไม่เข้าใจ...
#51 By ►Junsh◎ku on 2008-10-20 12:43