Mind Mobile
posted on 24 Apr 2009 17:42 by moonshines
วันนี้จะมาคุยเรื่องมือถือค่ะ
1
มือถือเริ่มมีบทบาทในช่วงชีวิตของข้าเจ้ามากๆ ในช่วงมัธยมปลาย
หาใช่มีกันตั้งแต่อนุบาลเหมือนเด็กสมัยนี้ไม่
เพราะมือถือยังราคาแพงเหมือนกับกล้องดิจิทัล
จำได้ว่ามือถือที่ฮอตฮิตมากในตอนนั้นคือ Nokia 3310
สนนราคาเป็นหมื่นเลยเชียว
ตอนนั้นมีคนมีมือถือไม่กี่คนเอง แล้วก็แข่งเล่นเกมงูน้อยกันเป็นที่สนุกสนาน

ที่มา: http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/fa/Nokia_3310.jpg/120px-Nokia_3310.jpg
แล้วหลังจากนั้น มือถือจอสีก็เริ่มเข้ามาระบาดอย่างรวดเร็ว
ราคาสองหมื่น แล้วก็ลดลงมาหมื่น
จนตอนนี้มีเงินสองพัน ก็ซื้อมือถือจอสีที่คุณสมบัติเหมือนกับมือถือราคาสองหมื่นใน 4-5 ปีที่ผ่านมาได้
ก็อย่างว่า ของใช้เทคโนโลยีจะทันสมัยขึ้นไว ราคาตกไวเสมอ
เหมือนกับแฟลชไดรฟ์ที่ 4 ปีที่แ้ล้ว 1 กิ๊กราคาอยู่ที่สองพัน
ตอนนี้ราคาเหลือสองร้อยได้
2
ข้าเจ้าเริ่มมีมือถือครั้งแรกในชีวิตตอน ปี 1
(ซิมมีคนซื้อให้พร้อมมือถือ แต่มือถือสภาพอ่อนแอมากชอบปิดเครื่องเองโดยอัตโนมัติ
)
มือถือเครื่องแรกในชีวิตที่ซื้อเองคือ i-mobile 606
ที่มา: http://www.thaimobilecenter.com/images/products/i-mobile_606_b.jpg
ตอนนั้นซื้อที่คาร์ฟูร์ ราคา 6600 บาท (เลขซ้วยสวย)
เหตุผลที่ใช้ไอโมบายเพราะอยากได้มือถือที่มี Multiple Function (ใช้ศัพท์ถูกป่าวฟะ)
คือนอกจากจะใช้โทรแล้วยังถ่ายรูปได้ ฟังเพลงได้ อะไรเทือกๆ นั้น
ด้วยทุนทรัพย์แค่นี้ ไอโมบายจึงเ้ป็นทางออกที่ดีที่สุด (ถึงมือถือมันจะห่วยก็ตาม 555)
รูปทรงมันถูกใจด้วยแหละก็เลยซื้อมา
[อัีนนี้แอบบ่นนิดๆ เห็นหลายๆ คนที่มีมือถือราคาแพง
แต่ไม่ค่อยทำอะไรเลยนอกจากโทรออก
เหมือนพี่ข้าเจ้าซื้อมือถือเป็นหมื่น ใช้รับโทรศัพท์อย่างเดียว
ไม่รู้จะซื้อแพงๆ ไปทำไมเนาะ ใช้ก็ไม่คุ้ม
สู้เอามาให้คนใช้คุ้มอย่างเราดีกว่า 555
(บ่นด้วยความริษยา
)]
ไอโมบายเครื่องนี้อยู่กะข้าเจ้ามาเป็นเวลา 4 ปี
(ช่างเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากเมื่อเทียบกับยี่ห้อของมัน)
ปีแรกยังดีอยู่
ปีที่สองใช้คุยมากเกิน (วันนึงอย่างต่ำ 3 ชั่วโมง ใส่สมอลทอล์กตลอด)
มันเลยเริ่มมีอาการเอ๋อๆ ให้เห็นบ้าง
ปีสามกล้องมือถือเริ่มเจ๊งเป็นบางเวลา มือถือสลับไปเป็นโหมดหูฟังเองเป็นบางเวลา
มือถือเริ่มปิดเครื่องเองเป็นบางเวล่
ปีที่สี่เผลอทำตกบันได หน้ากากแตกออกมา ด้วยความงกก็ยังทนใช้อยู่
เอากาวตาช้างมาแปะๆ หน้ากากเป็นสิบๆ รอบ
และนี่ ... คือสภาพมือถือที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน
(สังเกตว่ามันมีรอยโค้งนูนเพราะเอากาวตาช้างไปแปะไม่สนิทนั่นเอง 555)
3
ถ้าถามว่ามือถือมันยับเยินขนาดนั้นทำไมถึงไม่ซื้อใหม่ซะที
จริงๆ ตอนที่มันหล่นแล้วหน้ากากมันหล่นก็ร่ำๆ จะไปซื้อใหม่แล้วนะ
แต่ก็มีเหตุผลที่ไม่ได้ไปซื้อ แล้วก็เลยสรุปกับตัวเองว่าเอาเงินไปทำอย่างอื่นก่อนดีกว่า
มือถือมันก็ยังใช้ได้อยู่ (ถึงแม้สภาพจะทุเรศมาก) ก็เลยทนใช้มาอีกครึ่งปี
สุดท้ายเพิ่งได้มือถือใหม่เมื่อวันที่ 21 ที่ผ่านมา
ด้วยสปอนเซอร์ใจดีที่ให้เป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังสองเดือน
สนนราคาสองพันกว่าๆ (จริงๆ ปอนเซ่อจะออกให้สองพัน ไปๆ มาๆ ออกให้หมดเลย)
ตอนแรกอยากได้อีกรุ่น w302 แต่ราคามันห้าพัน ต้องออกเองสามพัน
ซึ่งกว่าจะเก็บตังค์ได้ก็ต้องรออีกพักนึง (ดูยากจ๊นยากจน 555)
แต่ด้วยความจำเป็นเพราะว่ามือถือเก่ามันขี้ดับมากมายแล้ว
กลัวมีโทรศัพท์งานเข้ามาแล้วจะชวดงาน
ก็เลยตัดใจซื้อมือถือรุ่นนี้ไปก่อน ไว้มีตังค์แล้วอยากได้มือถือใหม่ก็ค่อยว่ากันอีกที
กะว่ารุ่นนี้จะใช้ซักปีสองปี
เป็นมือถือแบบ Multiple Function เหมือนเดิม
(ที่คุณสมบัติเทียบได้กะ 606 ของเราเลย แต่ราคาถูกกว่ากันสามเท่า)
ก็พอใจแล้วแหละ 
ตอนนี้ก็เลยง่วนกับการทำตีมเป็นที่สนุกสนาน 555
ส่วนลูกรักคนเก่าก็ RIP นะลูก แม่จะเก็บเจ้าไว้ในพิพิธภัณฑ์เป็นอย่างดีจ้ะ
ใครอยากเล่าเรื่องมือถือตัวเองบ้างเชิญในเมนต์นะคะ
หรือจะเขียนเอนทรี่ใหม่เองก็ไม่ขัดศรัทธาค่ะ






พี่ก็รักมือถือเครื่องเก่าๆ เหมือนกันนะคะ ไม่ค่อยจะยอมเปลี่ยนง่ายๆ แต่สุดท้ายก็หายทุกที (หายไปสองสามเครื่องแล้ว โจรทั้งนั้น) เห็นด้วยมากๆ เรื่องซื้อมือถือมาสองหมื่น แต่ใช้แค่สองพัน คือโทร.ออก รับเข้า..
#1 By แอ้ on 2009-04-24 18:23